สินเชื่อธนาคารออมสิน ให้กู้ 2 แสน ช่วยเหลือกลุ่มฐานราก

ออมสินเปิดสินเชื่อห่วงใย ช่วยเหลือประชาชน

ระยะเวลาชำระคืนเงินกู้

-สูงสุดไม่เกิน 2 ปี (24 งวด) รวมกับระยะเวลาปลอดชำระหนี้ 6 งวดแรกแล้ว

(เงินต้น-ดอกเบี้ย) สามารถกำหนดระยะเวลาปลอดชำระเงินต้นและ

ดอกเบี้ยเพิ่มเติมได้ตามความเหมาะสม แต่ทั้งนี้เมื่อรวมระยะเวลาทั้งสิ้นต้องไม่เกิน 3 ปี

อัตราดอกเบี้ยเงินกู้

-อัตราดอกเบี้ยคงที่ (Flat Rate) ร้อยละ 0.35 ต่อเดือน (Flat Rate)

-อัตราดอกเบี้ยผิดนัดชำระหนี้ เท่ากับอัตราดอกเบี้ยสูงสุดตามสัญญา

บวกร้อยละ 0.25 ต่อเดือน ของเงินต้นที่ถึงกำหนดชำระ (คิดแบบลดต้นลดดอก)

หลักประกันการกู้เงิน -ไม่มีหลักประกัน

ค่าธรรมเนียม -ยกเว้นค่าธรรมเนียมการให้บริการสินเชื่อ

เอกสารประกอบการกู้ -บัตรประจำตัวประชาชน

การสมัครขอสินเชื่อ

-สมัครสินเชื่อห่วงใย (เพื่อสู้ภัย โรคระบาด) ผ่าน MyMo ได้ด้วย

ตนเองผ่านเมนู “สมัครสินเชื่อห่วงใย (เพื่อสู้ภัย โรคระบาด)”

 

สินเชื่อธนาคารออมสิน ให้กู้รายวัน 2 หมื่น ช่วยเหลือกลุ่มฐานราก

ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า แผนการดำเนินงาน

ของธนาคารจะยังคงเน้นเข้าไปช่วยเหลือดูแลประชาชนฐานราก 

และลดความเหลื่อมล้ำให้ประชาชน สามารถเข้าถึงสินเชื่อได้

โดยหลัก ๆ แล้วจะมีอยู่ 3 เรื่อง ได้แก่ 1.การปล่อยสินเชื่อรายวัน

ซึ่งอยู่ระหว่างพัฒนาแอปพลิเคชั่น MyMo

เพื่อให้สามารถปล่อยสินเชื่อรายวันได้อย่างถาวร

ซึ่งจะเข้าไปแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบทั้งนี้ รูปแบบสินเชื่อรายวันนั้นจะ

ทำให้เหมือนกับลูกค้ามีวงเงินกู้เบิกเกินบัญชี หรือ O/D ที่สามารถขอ

สินเชื่อเพิ่มขึ้น หรือลดลงได้ภายใต้วงเงินที่มีอยู่

และคิดอัตราดอกเบี้ยรายวันตามยอดโดยจะเป็นการเปลี่ยน

โครงสร้างใหญ่ ไม่ใช่ออกผลิตภัณฑ์ใหม่ ซึ่งมี 3-4 ส่วนที่ต้องทำ

ทั้งการพัฒนาระบบ MyMo การพัฒนาระบบเก็บเงิน

และระบบภายในด้วย โดยจะต้องหาพาร์ตเนอร์มา

ทำหน้าที่เก็บเงินให้ด้วย ซึ่งต้องทำทั่วประเทศ ทุกตลาด

การทำสินเชื่อรายวันจะต้องมีการปรับระบบ ปรับกระบวน

การคอนเน็กชั่นด้วยเช่น แม่ค้าตามตลาดกู้สินเชื่อไป 10,000 บาท

ไปขายสินค้าแล้วได้กำไร 12,000 บาท แล้วจะนำ 2,000 บาทมาคืน

จะทำอย่างไรให้เงิน 2,000 บาท ฝากเข้าแบงก์ได้

ซึ่งเป็นการจ่ายเงินทีละวัน เราจึงต้องคิดถึงเรื่องระบบทั้งหมด

เพราะหากฝากตู้ ATM ก็ไม่ได้มีทุกที่ที่จะฝากได้

หรือจะให้มีคนเดินเก็บ แต่ช่วงนี้โควิดระบาดหนักก็จะไม่ไหว

การคิดอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อรายวันจะไม่ได้สูงมาก

แต่ก็สูงกว่าการให้สินเชื่อปกติ เนื่องจากมีความเสี่ยงสูง โดยอาจจะ

คิดอัตราดอกเบี้ยเดือนละ 1-1.50% ซึ่งจะถูกกว่าหนี้นอกระบบ

 เช่น กู้เงิน 10,000 บาท ถ้าทั้งปีไม่ชำระหนี้เลย คิดอัตราดอกเบี้ย

ปีละ 12% ก็จะต้องจ่ายดอกเบี้ย 3,500 บาทเป็นต้น

อย่างไรก็ดี ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาอัตราดอกเบี้ยที่เหมาะสม

ขณะนี้ยังไม่ได้สรุป แต่คาดว่าจะให้วงเงินสินเชื่อได้สูงสุดรายละไม่เกิน 20,000 บาท

นอกจากนี้ ยังจะผลักดันบริการสินเชื่อที่ดินและการขายฝาก โดยอาจจะเริ่มดำเนินธุรกิจช่วงต้นปี 2565 หรือประมาณช่วงเดือน เม.ย. ซึ่งโครงสร้างสินเชื่อที่ดินนั้น

หากดำเนินงานเหมือนกับสินเชื่อมีที่มีเงิน ก็จะเป็นสินเชื่อที่มีหลักประกัน แต่หากจะดำเนินการให้ครอบคลุม จะต้องเข้าดูเรื่องขายฝากด้วย โดยขายฝากจะต้องโอนที่ดินมาก่อน

แตกต่างจากสินเชื่อที่ดิน ที่จะต้องเอาที่ดินมาจำนอง

ออมสินอยากจะทำทั้ง 2 ส่วน ทั้งสินเชื่อที่ดิน และขายฝากที่ดิน

เพื่อช่วยเหลือดูแลประชาชนได้อย่างครอบคลุม อย่างไรก็ดี 2 ส่วนนี้

ในหลักการไม่ควรดำเนินการภายใต้ธนาคาร เพราะไม่ได้พิจารณา

หลักเกณฑ์เครดิตบูโร และรายได้ก็ไม่ค่อยตรงกับเกณฑ์ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ดังนั้น อาจจะต้องทำเป็นโครงสร้างแยกออกมา แต่ตอนนี้ยังไม่ตกผลึก

ผู้อำนวยการธนาคารออมสินกล่าวด้วยว่า ส่วนอีกเรื่องที่จะดำเนินการ


ในช่วงครึ่งปีหลัง คือ การสร้างอาชีพให้ประชาชนฐานราก ซึ่งต้อง

ให้สถานการณ์โควิดดีขึ้นก่อนจึงจะเริ่มดำเนินการ

โดยคาดว่าจะสามารถเริ่มดำเนินการได้ช่วงปลายปีนี้นอกจากนี้

สามารถบริหารจัดการหนี้เสียอยู่ในระดับไม่เกิน 2% รวมถึงเพิ่มการ

กันสำรองส่วนเกิน (general provision) เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่ง

อีกกว่า 3.2 หมื่นล้านบาท ส่งผลให้ค่าเผื่อหนี้สงสัย

จะสูญต่อสินเชื่อด้อยคุณภาพ (coverage ratio) สูงถึง 205.15%

นอกนี้ ในรอบปีที่ผ่านมา ธนาคารออมสินได้สร้างโอกาสเข้าถึงแหล่งเงินแก่ลูกค้ารายย่อยเป็นจำนวนมากกว่า 3.2 ล้านคน ผ่านมาตรการสินเชื่อ อาทิ สินเชื่อเสริมพลังฐานราก

สินเชื่อฉุกเฉินสำหรับผู้มีอาชีพอิสระ และสินเชื่อสู้ภัยโดยในจำนวนนี้ธนาคารได้สร้างโอกาสการเข้าถึงสินเชื่อในระบบให้กับประชาชนมากกว่า 2.5 ล้านคน ซึ่งเป็นผู้ที่ไม่เคยมีประวัติเครดิตทางการเงิน

หรือมีเครดิตต่ำกว่าเกณฑ์อนุมัติปกติของสถาบันการเงิน

สำหรับผู้ประกอบการ SMEs รายเล็กนั้น ธนาคารได้ช่วย SMEs

ให้สามารถเข้าถึงสินเชื่อเป็นมูลค่าสูงถึงกว่า 162,000 ล้านบาท

ผ่านมาตรการสินเชื่อ อาทิ สินเชื่อ Soft Loan ธนาคารออมสิน

สินเชื่อฟื้นฟูธุรกิจท่องเที่ยว และสินเชื่ออิ่มใจ (ธุรกิจร้านอาหาร) เป็นต้น

รวมถึงออกผลิตภัณฑ์ใหม่ “สินเชื่อ SMEs มีที่ มีเงิน” ที่ช่วยให้ SMEs สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ง่ายขึ้น

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น